ภูมิปัญญาชาวบ้านกับเคล็ดลับการแก้ปัญหาชีวิตประจำวัน

ภูมิปัญญาชาวบ้านกับเคล็ดลับการแก้ปัญหาชีวิตประจำวัน
การดำรงชีวิตของคนเราทุกวันนี้ นับว่ามีความสะดวกสบายมากขึ้นในเกือบทุก ๆ ด้าน เพราะมีเครื่องอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยและก้าวล้ำด้วยเทคโนโลยีมาให้บริการอย่างมากมาย ขอให้มีเงินเสียอย่างก็สามารถเนรมิตชีวิตให้มีความสุขสบายได้ไม่ยาก เพราะอะไรๆก็สำเร็จรูปไปหมดไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน ข้าวของเครื่องใช้ ยารักษาโรค ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้กลายมาเป็นความเคยชิน จนคนสมัยใหม่โดยเฉพาะคนในชุมชนเมืองแทบจะไม่รู้เทคนิควิธีง่ายๆอันเป็นความรู้แบบชาวบ้านที่หาได้ในครัวเรือนมาแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันเลย ดังนั้น กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จึงอยากจะขอนำเคล็ดลับบางประการที่อาจจะเรียกว่าเป็น “ ภูมิปัญญาชาวบ้าน ” จากหนังสือ “ เทคนิคชาวบ้านเพื่อการอยู่ดีกินดี ” ของ “ ฐิติญาณ์ ” ซึ่งจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์สุขภาพใจมาเสนอเพื่อเป็นความรู้ที่จะนำไปใช้ประโยชน์ โดยอาจจะทำให้ท่านเสียเงินน้อยลงหรือไม่ต้องเสียเพิ่มเลยก็ได้ ดังนี้

- การกำจัดแมลงสาบ ในบ้านที่มักจะอยู่ตามครัว ตู้ โต๊ะ หรือตามซอกตามมุมต่างๆ เขาบอกว่าวิธีที่ได้ผลและง่ายแสนง่าย แต่คนมักไม่ทราบหรือคิดไม่ถึง นั่นก็คือใช้ “ พริกไทยเม็ด ” ไปวางตามจุดต่างๆที่แมลงสาบชอบออกมาไต่ยั้วเยี้ย หรือแอบมากินเศษอาหาร โดยวางไว้ที่ละ ๔-๕ เม็ดก็พอ แค่นี้ แมลงสาบได้กลิ่นก็ไม่มารบกวนแล้ว เพราะมันไม่ถูกกับกลิ่นพริกไทยเม็ด ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลงให้เสียเงินหรือเป็นอันตรายต่อคนในบ้าน พอกลิ่นหมด ก็คอยเปลี่ยนใหม่ ข้อสำคัญ ระวังเด็กเล็กในบ้านอย่าคลานไปกินเข้า จะร้องไห้จ้าเพราะความเผ็ด

- กำจัดยุงและแมลงตัวเล็กๆ ไม่ให้มารบกวนตอนอ่านหนังสือหรือทำงานตอนกลางคืน เขาให้ใช้ “ การบูร ” มาห่อผ้าขาว หรือไปซื้ออย่างที่เขาห่อสำเร็จมาแล้วก็ได้ จากนั้นนำมาแขวนไว้ใกล้ๆกับหลอดไฟ หรือโคมไฟ เพื่อความร้อนจากหลอดหรือโคมจะทำให้กลิ่นการบูรค่อยๆระเหิดออกมาอย่างรวยริน ยิ่งกลิ่นออกมามากเท่าใด ยุงและแมลงก็จะบินหนี เพราะมันไม่ชอบกลิ่นการบูร แค่นี้ก็ไม่ต้องจุดยากันยุงหรือทายากันยุงให้เหนอะหนะเหนียวตัว

- ขับไล่หนูชุกชุม โดยไม่ต้องฆ่าให้บาปกรรม ด้วยการนำ น้ำมันระกำ ๑๐ ส่วน ผสมกับน้ำมันสะระแหน่อีก ๙๐ ส่วนให้เข้ากัน แล้วเอาไปทาตามทางเดินของหนู หรือที่ๆหนูชอบมา มันจะไม่มาอีกเลยเมื่อได้กลิ่นน้ำมันทั้งสองอย่างนี้ แต่ทางที่ดีควรจะเก็บเศษอาหารให้หมด และทำบ้านเรือนให้สะอาด อย่ารกรุงรัง เป็นดีที่สุด

- วิธีต้มไข่ให้ปอกเปลือกง่าย การต้มไข่นั้น ดูเป็นเรื่องไม่ยาก แต่เชื่อไหมว่า หากจะต้มไข่ให้ปอกเปลือกง่ายๆ หลายคนกลับทำไม่ได้ แถมปอกแล้วเนื้อไข่ติดเปลือกทำให้ไม่สวยงามอีก ดังนั้น วิธีง่ายๆที่จะต้มไข่ให้ปอกเปลือกได้ง่าย เขามีเทคนิคพิเศษด้วยการ ต้มไข่แบบธรรมดานี่แหละ แต่ให้เอา “ เกลือ ” ใส่เข้าไปพอสมควร ให้น้ำที่ต้มมีความเค็มเล็กน้อย กะว่าไข่สุกดีแล้ว ก็ให้เอาไข่นั้นแช่ในน้ำเย็นธรรมดา พอไข่ต้มเย็นลงพอควร ก็จับปอกเปลือกได้ จะรู้สึกเลยว่าเปลือกไข่แกะออกง่าย และล่อนดีไม่ติดเหมือนปกติ ทำให้ปอกไข่ต้มออกมาได้อย่างสวยงาม น่ากิน

-ต้มถั่วดำถั่วแดงให้สุกเร็ว การต้มถั่วดูเหมือนจะง่าย คล้ายๆกับต้มไข่ แต่จริงๆแล้ว ใครที่เคยต้มทั้งถั่วดำ ถั่วแดง จะรู้ดีว่ากว่าจะต้มสุกได้ต้องใช้เวลานานมาก จนหลายคนเอือม ไม่คิดอยากกินถั่วอีกเลย หรือไม่ก็ไปซื้อเขาสบายกว่า บางคนก็ใช้วิธีแช่น้ำคืนหนึ่งก่อนนำมาต้ม แต่เขาบอกว่าวิธีที่เร็วและสะดวกกว่าคือ ก่อนนำถั่วไปต้ม ให้เอาไป “ คั่ว ” ในกะทะให้สุกเสียก่อน เป็นการทำให้สุกครั้งแรกที่ใช้เวลาไม่นาน จากนั้นจึงเอาหม้อใส่น้ำ แล้วใส่ถั่วลงไป โดยกะน้ำให้พอดีกับถั่วที่จะต้ม แล้วตั้งไฟต้ม คราวนี้แหละถั่วที่ต้ม ก็จะสุกเร็วขึ้น เมื่อถั่วสุกก็ใส่น้ำตาลลงไป กะให้หวานพอเหมาะหรือตามแต่ชอบ

-วิธีเก็บขนมปังให้นานวันขึ้นโดยมิให้เสีย หรือหมดอายุเร็ว เขาบอกว่าไม่ใช่เรื่องยาก ขนมปังที่ซื้อมาแล้ว และเรากินไม่หมดก็ให้ห่อเก็บในพลาสติกเหมือนเดิมนั่นแหละ เพียงแต่ให้เอาผ้าขาวสะอาดๆมาห่อหุ้มเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง จากนั้นให้ผูกด้วยเชือกหรือใช้ยางรัดให้แน่น แล้วไปเก็บไว้ในตู้เย็นตามปกติธรรมดา ไม่ต้องไปเข้าช่องแข็ง ทำแบบนี้ขนมปังที่ว่าก็จะมีอายุนานขึ้นโดยไม่เสื่อมสภาพ เมื่อเอาไปย่าง ปิ้ง ทาเนยแยม ก็ยังจะอร่อย และคงความนุ่มไว้เหมือนเดิม

-วิธีหาเสี้ยนหรือหนามที่ตำ ให้เห็นง่ายๆ เมื่อเราถูกเสี้ยนหรือหนามตำไม่ว่าที่ไหนก็ตาม บางทีเสี้ยนมีขนาดเล็กและกลมกลืนไปกับสีผิว ทำให้มองไม่เห็น แต่หากไม่เอาออกก็จะระคายเคือง เจ็บปวดไม่หาย เขาบอกว่าวิธีการหาง่ายๆ คือให้ใช้ “ ทิงเจอร์ไอโอดีน ” แตะบริเวณที่ถูกเสี้ยนหรือหนามตำ สีของทิงเจอร์ฯจะทำให้เห็นรอยเสี้ยนที่หักคาอยู่อย่างเด่นชัด ทำให้เราจัดการเอาออกได้โดยง่าย อีกทั้งทิงเจอร์ฯยังช่วยรักษาแผลสดได้ดีอีกด้วย

-วิธีบำรุงสายตาด้วยสมุนไพร ราคาถูก นั่นคือ “ ผักบุ้ง ” ที่เราส่วนใหญ่รู้ๆกันอยู่แล้วนี่เอง นอกจากจะกินผักบุ้งเพื่อให้ได้วิตามินเอที่มีมากมายในตัวผักมาบำรุงสายตาแล้ว คนไม่น้อยคงไม่รู้ว่าเราสามารถเอาผักบุ้งไทยมาล้างให้สะอาดแล้วปั่นให้ละเอียด จากนั้น เอาผ้าขาวบางไปต้มฆ่าเชื้อเสียก่อน แล้วผึ่งให้หมาด นำมาปิดไว้ที่หน้า แล้วให้ผักบุ้งไทยปั่นที่ว่ามาโปะบนผ้าขาวบางบริเวณดวงตาทั้งสองข้าง ปล่อยไว้นานพอควรจนรู้สึกว่ามีน้ำจากผักซึมเข้ามาที่ดวงตาที่หลับอยู่ ก็เอาออก แล้วหลับตาล้างเปลือกตาให้สะอาด เขาว่าให้ทำเช่นนี้สัปดาห์ละครั้ง จะช่วยสุขภาพของดวงตาให้ดีขึ้น ทำให้สายตาแจ่มใสอยู่เสมอ

-วิธีแก้กลิ่นเต่าแรง นอกเหนือไปจาก “ สารส้ม ” ที่เขาแนะให้นำมาถูรักแร้ตอนอาบน้ำเสร็จใหม่ๆแล้ว ก็ยังมีอีกสูตรในการแก้กลิ่นเต่าแรงคือ “ ใบตำลึง ” กับ “ ปูนแดง ” โดยให้ตำใบตำลึงให้เละที่สุด แล้วนำมาผสมกับปูนแดงสักก้อนเล็กๆ ผสมให้ทั่วกันดีแล้ว ก็นำมาทาที่รักแร้เพียงบางๆแล้วปล่อยให้แห้งไปเอง ควรทำตอนอาบน้ำก่อนไปทำงานตอนเช้า จะได้ทำงานได้ตลอดวันโดยไม่มีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ออกมารบกวนใครต่อใคร บางคนอาจคิดว่ายุ่งยาก ลำบาก หาซื้อพวกโรลออนทาง่ายกว่า แต่แนะไว้เผื่อวิธีอื่นไม่ได้ผล ก็ลองดูวิธีนี้ดูบ้าง

-ว่ายน้ำแล้ว มิให้เกิดเป็นตะคริวขึ้นมา ตะคริว หมายถึง อาการที่กล้ามเนื้อกระตุกเกร็ง ชาไปหมด ความรู้สึกเสียไป ถ้าเป็นบนบก ปล่อยให้อยู่นิ่งๆ ก็จะหายไปเอง แต่ถ้าอยู่ในน้ำหรือกำลังว่ายน้ำอยู่จะอันตรายมาก เพราะทำให้จมน้ำตายได้ วิธีแก้ไขหรือป้องกันมิให้เกิดเป็นตะคริวขณะว่ายน้ำหรือเล่นน้ำอยู่นั้น เขาให้ ดื่มน้ำเกลือ เสียก่อนลงไปว่าย เกลือที่ใช้ก็คือ เกลือแกงในครัวนั่นแหละ โดยเอาไปละลายน้ำให้มีรสเค็มพอประมาณ ดื่มเสียให้เรียบร้อยก่อนลงไปดำผุดดำว่ายในน้ำ ทีนี้รับรองไม่เป็นตะคริวแน่นอน

-เป็นบิด และไม่มียาแผนปัจจุบัน โรคบิดเป็นโรคทางเดินทางอาหาร เวลาถ่ายจะปวดมวนท้องไส้มาก โรคนี้ส่วนใหญ่ต้องแก้ด้วยยาแผนปัจจุบัน แต่หากไม่มี ก็ให้เอากระชายมาสัก ๕ ราก เผาไฟบดให้ละเอียดผสมน้ำ แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง ดื่มน้ำนี้สักอึกสองอึก เว้นอีกสักชั่วโมงก็ดื่มอีก ไม่นานก็จะหาย

-ลดอาการไข้ ตัวร้อน ตามปกติเราก็กินยาแก้ปวดหัวตัวร้อน อย่างพาราเซตามอล แต่หากไม่มี แล้วเกิดอาการปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ขึ้นมา เขาบอกว่าให้ดื่มน้ำมะพร้าวสัก ๑ แก้ว แล้วนอนพักผ่อน อาการไข้ก็จะทุเลาลง แล้วให้ดื่มแทนน้ำไปเรื่อยๆ ไม่นานอาการที่ว่าก็จะหายเป็นปกติ

- มีแผลในปากที่ทำให้เจ็บแสบ น่ารำคาญ เขาบอกวิธีง่ายๆที่จะแก้ คือ ให้กินสับปะรด ยิ่งตรงไหนเป็นแผลให้อมไว้ตรงนั้นนานๆ ไม่ช้าไม่นานก็จะหายไปเอง เหมือนหนามหยอกเอาหนามบ่ง

ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนจากหนังสือดังกล่าวข้างต้น ที่เป็นเทคนิคหรือความรู้แบบชาวบ้านๆ ที่แม้ว่าโลกจะก้าวไปไกลเพียงไร แต่ใช่ว่าความเจริญเข้าไปถึงหมดทุกแห่ง ดังนั้น ภูมิปัญญาเหล่านี้จึงยังมีประโยชน์และคุณค่าอยู่เสมอ ซึ่งคนสมัยปัจจุบันก็ยังสามารถทดลองใช้ได้ ข้อสำคัญ ส่วนใหญ่มีราคาไม่แพงและทำให้พึ่งตนเองได้ด้วย